Featured

10 สถานที่ท่องเที่ยวเวียดนาม

ทัวร์เวียดนาม
หนึ่งของอาณาจักรจำปา
ด้วยสถาปัตยกรรมดั้งเดิม, วัฒนธรรมแบบดุจเดิม และก็ผลิตภัณฑ์ถักทอ ทำให้เมืองฮอยอันกลายเป็นสถานที่เที่ยวเวียดนามที่ได้รับความนิยมลำดับที่หนึ่งเลยหละนะครับ ที่สำคัญเมืองที่นี้มีขนาดเล็ก ทำให้นักเดินทางสามารถเดินดูได้ทั่วทั้งเมืองโดยไม่ต้องอ่อนเพลียเป็นอย่างมาก ฟุตบาทเล็กๆลมพัดเย็น ของเมืองดั้งเดิมที่นี้ ถูกรายล้อมไปด้วยสิ่งก่อสร้างดั้งเดิม ดุจเดิม
1) อ่าวฮาทดลอง (Ha Long Bay) – ท่องเที่ยวเวียดนาม
ฮาทดลองเบย์เป็นสถานที่เที่ยวเวียดนามที่ได้รับความนิยมชั้น 1 เลยก็ว่าได้ ด้วยน้ำสีเขียวมรกต บวกกับหินขนาดใหญ่ที่โผล่ขึ้นมาจากน้ำทะเลเช่นเดียวกันกับมังกร ทำให้ทิวทัศน์ทิวภาพตรงนี้สวยเหมือนกับอยู่ในโลกแฟนตาซีอย่างยิ่งจริงๆ . . . ที่ Halong Bay ที่นี้ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันออก 130 กิโลจากกรุงฮานอย เต็มไปด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยๆที่มีป่าดงปกคลุมกว่า 2,000 เกาะ ซึ่งเกาะกลุ่มนี้เต็มไปด้วย ถ้ำ แม่น้ำ สายธาร บางเกาะนั้นถูกกัดกร่อนจากน้ำและก็ลมทะเลมาเป็นพันๆปี จนกระทั่งเปลี่ยนมาเป็นเกาะทรงแปลกมองสวย
2) เมืองฮานอย (Hanoi)
ในศตวรรตก่อนหน้านี้ กรุงฮานอยเปลี่ยนเป็นเมืองหลวงของเวียดนามที่มีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นเป็นอย่างมาก ภายหลังการทำศึกเวียดนามจบลง . . . ในใจกึ่งกลางของเมืองมีสถานที่เที่ยวล้นหลามทั้งยังพิพิธภัณฑสถานทางด้านวัฒนธรรมของทวีปเอเชียแบบ outdoor รวมทั้งสถาปัตยกรรมของประเทศฝรั่งเศสที่ยังอยู่ในภาวะบริบูรณ์แม้ว่าจะผ่านการทำศึกเวียดมาและก็ตาม นักเดินทางยังจะได้ช้อปปิ้งดูผลิตภัณฑ์ในตลาดที่ผู้คนจอแจตลอดระยะเวลา , นั่งจิบกาแฟในร้านค้าสไตล์โบราณ และก็ เยี่ยมชมสถานที่สำคัญอย่าง มหาโรงแสดงละครโอเปร่า, บ้านประธานาธิปดี รวมทั้งมหาวิหารเซ็นท์ โจเซฟ
3) เมืองฮอยอัน (Hoi An)
เมืองฮอยอันตั้งอยู่ตรงกลางทางด้านใตนของประเทศเวียดนามและก็มีเขตแดนใกล้กับสมุทรจีนใต้ ซึ่งฮอยอันนั้นเป็นเมื่องโบราณที่ยังมีความงดงาม เช่นเดียวกันกับเมื่อ 2,000 ปีที่ผ่านมา ยุคที่ยังเป็นส่วน
4) เมืองเว้ (Hue)
ตั้งอยู่ที่ Bank ของแม่น้ำน้ำหอมในศูนย์กลางของประเทศเวียดนาม เมืองเว้นั่นเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักร Nguyen มาก่อน . . . ในตอนนี้หากว่า เว้ จะไม่เป็นเมืองหลวงก็ตาม แม้กระนั้นสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างรวมทั้งร่องรอยด้านวัฒนธรรมยังคงสะท้อนถึงความโหฬารในสมัยก่อนของเมืองนี้
5) เมืองซาขว้าง (Sapa)
เมืองซาขว้างรายล้อมไปด้วยเทือกเขาสูง, ท้องนาข้าว, รวมทั้งความธรรมชาติ อยู่ทางทิศตะวันออกเชียงเหนือของประเทศเวียดนาม . . . ซาปานั้นเป็นเมืองที่สงบเงียบ หลายครั้งถูกใช้ให้เป็นฐานของกิจกรรมเดินป่าในเทือกเขา Hoang Lien Son , การดูไร่ข้าว และก็ เมืองโบราณทางด้านวัฒนธรรม
6) เมืองญาจาง (Nha Trang) – สถานที่เที่ยวเวียดนาม
เมืองญาจางตั้งอยู่ในจุดที่มีอ่าวที่งามที่สุดของทวีปเอเชีย เรียบริมทะเลของเวียดนามตอนใต้ ซึ่งญาจางนั้นได้รับความนิยมมากมายของนักเดินทางทำให้มี รีสอร์ทชายหาดขึ้นเรียงรายกันตามหาด เว้นเสียแต่ชายทะเลจะสวยสดงดงามแล้ว ยังมีเกาะ, เทือกเขา แล้วก็ชายหาดหลายแห่งที่งดงามมากมายอีกด้วย จนกระทั่งทำให้ตรงนี้เปลี่ยนเป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวทางทะเลที่สำคัญมากของทวีปเอเชียทิศตะวันออกเชียงใต้ นอกเหนือจากนั้นตรงนี้ยังมีสวนสนุกรวมทั้งสวนน้ำให้บริการนักท่องเที่
7) ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง (Mekong Delta)
ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง มีชีวิตชีวาของผลหมากรากไม้ ผลิตภัณฑ์ทั้งยังสดและไม่สด รวมถึงบรรยากาศของประเทศแบบอดีตกาล ซึ่งลำดับที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโข่งที่นี้เป็นศูนย์กลางทางการเกษตรที่สำคัญที่สุดของเวียดนามเลย เนื่องจากว่าการกสิกรรมตรงนี้ปลูกพืชได้ประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งกว่าที่อื่นๆมากมาย
8) เมืองโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh City)
เมืองโฮจิมินห์ตั้งอยู่เรียบไปกับแม่น้ำแม่โขงทางตอนใต้ของเวียดนาม เมืองที่นี้นั้นรู้จักกันอย่างดีเยี่ยมในชื่อ ไซ้ง่อน (Saigon) และก็ถูกใช้เป็นเมืองหลวงของดินแดนทางตอนใต้ของประเทศเวียดนามในตอนการสู้รบเวียดนาม ซึ่งเมืองโฮจิมินห์ที่นี้เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเวียดนามและก็ยังก้าวหน้าเป็นชั้น 1 ของประเทศเท่ากับเมืองหลวงฮานอยอย่างยิ่งจริงๆ
9) วังหมีเซิน (My Son)
พระราชวังที่นี้อยู่ทางตอนใต้ของเขตสมุทรของประเทศเวียดนามใกล้กับหมู่บ้าน Duy Phu ซึ่งสำคัญมากทางโบราณคดีวิทยา หมู่บ้านนี้รู้จักกันในชื่อ My Son (ไม่ใช่มายซัน ลูกชายนะ / อ่านว่าหมีเซิน) ซึ่งสถานที่ที่นี้เป็นสถานที่ที่สำคัญมากทางโบราณคดีวิทยาที่เด่นเป็นลำดับหนึ่งของทวีปเอเชียทิศตะวันออกเชียงใต้
10) เมืองด่าทอลัด (Dalat)เมืองแก้วมีสภาพภูมิอากาศที่เย็นแจ่มใสแทบจะตลอดทั้งปี แถมด้วยภาวะตำแหน่งที่ตั้งที่งาม ต้นไม้ดอกไม้นานาสีสัน ซึ่งนั่นเองก็เป็นเหตุผลว่าเพราะอะไร แก้วเคยถูกใช้โดยพระราชาธิราชที่เวียดนามแล้วก็ชาวประเทศฝรั่งเศสสำหรับใช้เป็นที่พักร้อนพักผ่อน
Featured

10 สิ่งที่ต้องทราบและก็ควรจะทำเมื่อท่องเที่ยวในเมียนมาร์

ทัวร์พม่า
1. จัดเวลามากยิ่งกว่า 1 อาทิตย์สำหรับเพื่อการท่องเที่ยวท่องเที่ยวดู
การเที่ยวเมียนมาร์จำเป็นจะต้องใช้เวลามากยิ่งกว่า 1 อาทิตย์ ด้วยการเดินทางที่ยังไม่สบายนักแล้วก็ทางที่ยาวไกล 1 อาทิตย์ดูเหมือนเร่งร้อนเหลือเกินแล้วก็ยังท่องเที่ยวได้ไม่ทั่ว ถ้าหากคุณมีเวลา 2 หรือ 4 อาทิตย์ให้คิดแผนทางท่องเที่ยวบริเวณสถานที่สำหรับท่องเที่ยวหลัก 4 ที่ โดยการบินไปลงเมืองใหญ่สักที่รวมทั้งบินกลับจากอีกเมืองหนึ่ง
2. สัมผัสประวัติศาสตร์ พร้อมๆกับชอปและก็รับประทานให้กระจัดกระจายในปิ้งกุ้ง
ปิ้งกุ้ง เป็นเมืองขนาดกระชับที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา มีสถาปัตยกรรมจากสมัยอาณานิคมกระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกมุมเมืองเชิญให้คนึงถึงอดีตกาลที่ประเทศนี้อยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ ในช่วงเวลาที่มหาเจดีย์ชเวดากองก็ส่องประกายสีทองคำงามเป็นเครื่องหมายของศาสนาพุทธอันเจริญ ตรงนี้ชุมชนคนจีน เนปาล รวมทั้งประเทศอินเดียตั้งอยู่เคียงคู่ชุมชนชาวประเทศพม่า ที่พักราคาเริ่มที่ 3,xxx บาท
3. หลงทางในวัดที่ประเทศพม่า
พม่า ดินแดนลึกลับเหนือระยะเวลานี้เป็นที่ตั้งของสงฆ์กว่า 2,000 แห่งที่ผลิตขึ้นตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 9 ตั้งแต่วัดขนาดใหญ่ที่สง่าสวยสดงดงาม ไปจนกระทั่งวัดเล็กๆที่สร้างละเอียดลออบรรจง ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็จะรู้สึกราวกับกำลังเดินทางย้อนเวลา ตรงนี้ใช้การเดินทางด้วยรถม้าเป็นหลัก (โดยประมาณ 600 บาทต่อวัน) แม้กระนั้นการขี่จักรยาน (โดยประมาณ 90 บาทต่อวัน) เป็นแนวทางเดินทางที่ดีเยี่ยมที่สุดสำหรับในการท่องเที่ยวแบบเต็มวันรวมทั้งประพฤติตนกลมกลืนไปกับผู้คนนับร้อย ที่พักในพูกาม ราคาเริ่มที่ 5xx บาท
4. ศึกษาและทำการค้นพบความสงบเงียบและก็จารีตเริ่มแรกที่ทะเลสาบอินเล
ทะเลสาบอินเล (ใหญ่เป็นชั้นสองของประเทศพม่า) เป็นดังกระจกส่องสีน้ำเงินสะท้อนภาพอันสวยงามของหมู่บ้านเล็กๆเขื่อนที่สร้างด้วยมือรวมทั้งลำคลองที่ใช้คนขุด ตรงนี้ยังคงรักษาจารีตดั้งเดิม (รวมถึงคนหาปลาที่พายเรือด้วยเท้าด้านเดียว) บรรยากาศสงบเงียบ แล้วก็กิจการค้าแบบเริ่มแรก ทั้งยังยังมีตลาดผลไม้ อุตสาหกรรมสิ่งทอ แล้วก็สวนองุ่นที่อยู่ไม่ไกล ถ้าเกิดต้องการดูทะเลสาบแบบสงบไม่ต้องฝ่าผู้คนพวกเราขอชี้แนะให้รีบไปแต่เช้า
5. ลิ้มรสของอร่อย แล้วก็หัวเราะร่า ขณะท่องไปในเมืองมัณฑะเลย์อันสวยงาม
มัณฑะเลย์ เป็นเมืองที่มีกิจกรรมอันนานาประการให้ทำกระทั่งล้นเหลือ ไม่ว่าจะเป็นการดูทิวทัศน์เมืองจากยอดดอยมัณฑะเลย์ ภายหลังที่ระหกระเหินทัวร์ไปในราชวัง เจดีย์ และก็หนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก ลิ้มรสของกินใหม่ๆจากร้านค้าเคลื่อนที่สองข้างทางซึ่งมีเยอะมากเสียจนน่าทึ่งที่กระจายตัวอยู่ทั้งเมือง แล้วก็หัวเราะให้กึกก้องกับญาติหนวดนักเล่นตลกการบ้านการเมืองที่จัดแจงแสดงตลกโปกฮาวันแล้ววันเล่าในบ้านของครอบครัว ตั๋วเรือบินไปมัณฑะเลย์ ราคาเริ่มที่ 3,xxx บาท
6. ไปเดินป่าหลายๆวัน และก็นั่งรถไฟผ่านสะพานที่สูงที่สุด
ถ้าหากการเดินป่าแบบสามวันจากสีป้อไปลาชิวยังตื่นเต้นน้อยเกินไป ให้เพิ่มรายการนั่งรถไฟสายที่สร้างโดยอังกฤษผ่านสะพานรถไฟก๊อกน้ำเต๊กซึ่งเป็นสะพานรถไฟที่สูงที่สุดในประเทศพม่า รถไฟสายที่จะทำให้ท่านใจเต้นระทึกนี้ผ่านเมืองพินอูลวินซึ่งเป็นเมืองอาณานิคมเก่า เมื่อรถไฟไปถึงสะพานแล้ว อย่าลืมมองดูลงมาให้ได้ เพราะเหตุว่าความสูงที่น่าหวาดเสียวจะมีผลให้คุณลืมไม่ลงไปอย่างยิ่งจริงๆ
7. ลงใต้ไปเยี่ยมเกาะสรวงสวรรค์ หมู่เกาะมะริด ประเทศพม่า
เนื่องจากว่าเขตด้านเหนือหลายเมืองยังไม่เปิดให้นักเดินทางเดินทางเข้าไปได้ ทางด้านใตนก็เลยเป็นที่ๆเข้าถึงได้ง่ายยิ่งกว่าเพราะเหตุว่าได้เปิดให้ท่องเที่ยวดูได้มากกว่า 1 ปีแล้ว มะละแหม่งแล้วก็ทวายเป็นทางที่ไม่มีอะไรเทียบเคียงได้รวมทั้งให้บรรยากาศเขตแดนสุดๆซึ่งจะนำคุณไปยังเมืองมะริดอันน่าประหลาดใจ เมืองนี้เองเป็นประตูสู่หมู่เกาะมะริดที่สวยเกินจริงโดยคุณสามารถคิดแผนล่วงหน้าเพื่อจองทัวร์ล่องเรือรวมทั้งทัวร์แบบค้างหลายๆที่พักในเมืองมะริด ราคาเริ่มที่ 5xx บาท
8. เลือกว่าจะไปตอนไหนดี
คุณมีสองช่องทางเป็น ฤดูท่องเที่ยวในตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งอากาศกำลังสบายแต่ว่ามีนักท่องเที่ยวล้นหลามและก็ตัวเลือกที่พักก็เหลือน้อย หรือจะไประหว่างกุมภาพันธ์/เดือนมีนาคม ถึง พ.ค.ซึ่งเป็นตอนที่นักเดินทางน้อยกว่าแม้กระนั้นอากาศก็ร้อนอย่างยิ่ง ทดลองเลือกแบบที่ใช่กันเลย!
9. ดอลล่าร์แบงค์ใหม่ๆสำหรับจ่ายโฮเต็ล อื่นๆจ่ายด้วยเงินจ๊าด
ในประเทศพม่าคุณจะต้องใช้เงินดอลล่าร์แบงค์ใหม่ๆซึ่งหาได้จากแหล่งแลกเงินใกล้บ้าน หรือในจังหวัดกรุงเทพ แล้วต่อจากนั้นนำดอลล่าร์ไปแลกเงินจ๊าดถึงที่กะไว้ท่าอากาศยาน เกสท์เฮ้าส์ หรือแบงค์ในประเทศพม่า เงินดอลล่าร์ใช้สำหรับจ่ายค่าที่พัก ส่วนเงินจ๊าดใช้จ่ายเงินค่าอื่นๆตามทาง ตัวอย่างเช่น ของกิน ค่าใช้จ่ายสำหรับพาหนะ รวมทั้งของฝาก ในประเทศพม่ามีตู้เครื่องรับฝากถอนเงินอัตโนมัติเฉพาะในเมืองใหญ่
10. ขับร้องฆ่าเวลาขณะเดินทาง รถไฟในเมียนมาร์
รักจะท่องเที่ยวเมียนมาร์จะต้องทำความเข้าใจที่จะสนุกสนานไปกับการเดินทางบนรถบัสอันช้านาน เนื่องจากว่าเป็นการขนส่งหลักที่ใช้เดินทางไปทั่วราชอาณาจักร รถบัสหลายคันจะออกตอนเวลาบ่ายแก่ๆโดยคุณจะไปถึงที่หมายในเวลาค่ำ หรือเช้าตรู่พรุ่งนี้ บนรถบัสชอบมีคาราโอเกะไว้บริการและก็บางคันก็เปิดคาราโอเกะตั้งแต่รถยนต์ออกไปจนกระทั่งจุดหมายอย่างยิ่งจริงๆ
Featured

7 จุดดูใบไม้เปลี่ยนสีในประเทศเกาหลีที่ต้องตามไปดู!

ทัวร์เกาหลี
เริ่มไปสู่ตอนฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ประเทศเกาหลีกันแล้ว! ผู้ใดกันไม่รู้จักจะท่องเที่ยวไหนดี พวกเราเสนอแนะให้มาท่องเที่ยวประเทศเกาหลีขณะนี้เลย! เนื่องจากว่าอากาศกำลังสบายๆอุณหภูมิที่ประเทศเกาหลี พอดี กล่าวได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดหมายของนักเดินทางที่จะมาดูบรรยากาศในตอนใบไม้เปลี่ยนสี เนื่องจากมีธรรมชาติที่งดงามอยู่จำนวนมากทั้งยังเทือกเขา สวนซอรัคซาน เกาะนามิ รวมทั้งที่อื่นๆรวมทั้งเทศกาลที่จะจัดขึ้นในตอนใบไม้เปลี่ยนสีที่ประเทศเกาหลี เลยรวม 7 พิกัดตามหาใบไม้เปลี่ยนสีที่ประเทศเกาหลีมาฝากกัน จะมีที่แห่งใดบ้าง ตามมามอง!
1. อุทยานแห่งชาติซอรัคซาน (Seoraksan National Park)
เริ่มไปสู่ตอนฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ประเทศเกาหลีกันแล้ว…ซอรัคซาน ก็ยอดเยี่ยมในสวนสุดได้รับความนิยมของประเทศ ประเทศเกาหลี ที่จะต้องมาในตอนใบไม้เปลี่ยนสีจริงๆเนื่องจากบรรยากาศของป่าสนที่เบาๆเปลี่ยนสีไล่กันไปทั้งยังเทือกเขานั้นเป็นภาพที่สวยสดงดงามมากมาย จุดที่ยอดเยี่ยมสำหรับเพื่อการดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ซอรัคซานเป็นช่องเขากางคดัม ซอกเขาโอแซค จุลจองกอล บ่อน้ำแร่โอแซก แล้วก็ซอกเขาชอนบุนป่า
2. เทือกเขานัมซาน (Namsan Mountain)
เทือกเขานัมซาน ดูบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสี บนเทือกเขากลางเมืองโซล หากมาท่องเที่ยวประเทศเกาหลี แล้วมองดูลงมาจากเทือกเขานัมซาน จะได้เจอกับภาพวิวของกรุงโซล ตอนฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ตามข้างทางจะเต็มไปด้วยสีแดงของใบเมเปิ้ลและก็สีเหลืองของต้นกิงโกะหรือแปะก๊วยนั่นเอง กลางทางเดินไปยอดดอยก็มีที่ให้แวะเดินเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น สวนพฤกษศาสตร์นัมซาน ห้องหนังสือสาธารณะนัมซาน สถาบันเกอเธ่ ประเทศเกาหลี
3.เกาะนามิ (Nami Island)
คนใดกันถูกใจมองซีปรี่ย์ประเทศเกาหลีนี่จะต้องมาท่องเที่ยวเกาะนามิสักหนึ่งครั้ง! สะกดรอยซีปรี่ย์สุดได้รับความนิยมเรื่อง เพลงรักในสายลมหนาว (Winter Sonata) ขอบอกว่าเกาะนามิเป็นท่องเที่ยวได้ทุกฤดูเลยจริงๆมาท่องเที่ยวฤดูร้อนก็จะมองเห็นใบไม้สีเขียว ตอนใบไม้ผลิก็มีซากุระให้มอง ถ้าเกิดมาฤดูหนาวก็ฟินกับบรรยากาศหิมะตก ส่วนตอนใบไม้เปลี่ยนสีก็จะได้มองเห็นอุโมงค์ต้นแปะก๊วยสีเหลืองแล้วก็ใบเมเปิ้ลกลายเป็นสีแดงทั่วเกาะนามิ
4. อุทยานแห่งชาติจิริซาน (Jirisan National Park)
อีกหนึ่งสวนของประเทศเกาหลีที่มีทิวทัศน์ใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยสดงดงาม ในช่วงปลายตุลาคม ต้นไม้บนเทือกเขาจะเปลี่ยนสีเป็นสีส้ม สีแดง สีเหลือ ไล่กันไปทั่วทั้งยังเทือกเขา รวมทั้งตรงนี้ยังเป็นจุดมุ่งหมายของนักไต่เขาอีกด้วย
5. อุทยานแห่งชาติแนจังซาน (Naejangsan National Park)
สวนแนจังซาน ผู้ใดกันแน่มาท่องเที่ยวประเทศเกาหลี ตรงนี้ก็เป็นอีกหนึ่งที่ที่นักเดินทางพากันมาดูใบไม้เปลี่ยนสีในตอนต.ค.รวมทั้งพ.ย. สวนจะเต็มไปด้วยสีแดงของใบเมเปิ้ลแล้วก็ต้องแวะมาที่วัดแนจังซาน กลางทางจะได้มองเห็นอุโมงค์ต้นไม้แล้วก็ทิวทัศน์ใบไม้เปลี่ยนสีที่เบาๆกลายเป็นสีแดง ส้มแล้วก็เหลือง
6. ถนนหนทางสายโรแมนติกถ็อกซูกุง (Deoksugung Palace’s stone wall road)
ถนนหนทางสายโรแมนติกเลาะพระราชสำนักถ็อกซู อยู่ในกรุงโซล ประเทศเกาหลี ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ใบแปะก๊วยจะกลายเป็นสีเหลืองยาวไปตามแนวถนนหนทาง ถ้าเกิดมาท่องเที่ยวตอนต.ค. ก็มีเทศกาลดอกไม้เพลิงนานาประเทศที่กรุงโซล อีกด้วย!
7. วังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace)
วังที่เป็นที่รู้จักที่สุดในประเทศเกาหลี ทิวทัศน์ธรรมชาติรวมทั้งบรรยากาศร่มรื่นรอบๆพระราชสำนัก ในบรรยากาศตอนใบไม้เปลี่ยนสีที่ใบไม้สีแดงปกคลุมไปบริเวณพระราชสำนักนั้นเป็นภาพที่งามมากมาย แล้วก็ตรงนี้ยังมีการแสดงดนตรีพื้นบ้านในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีแทบทุกคืนด้วย
ตอนฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ประเทศเกาหลี นี่งามทุกแห่งเลยเนอะ! คนไหนกันแน่ที่กำลังจะออกเดินทางไปท่องเที่ยว ประเทศเกาหลี ระยะนี้ก็เตรียมกันเลยย^^